เบอร์ดี มงคล


เบอร์ดี มงคล @ BerdeeMongkol.com ยินดีต้อนรับ


เบอร์ดี มงคล รวมเรื่องราวเกี่ยวกับ เบอร์ดี เบอร์มงคล เลขศาสตร์ ซิมการ์ด เบอร์สวย เบอร์โทรศัพท์มือถือ ความคิด ความเชื่อ และข้อมูลสารพันที่อยากแชร์และแบ่งปัน

เมื่อทุกท่านได้เข้ามาสู่บล็อกแห่งนี้แล้ว อยากให้เริ่มต้นที่หัวข้อ "เบอร์ดี มงคล" Welcome ก่อนนะคะ

เป็นการทำความรู้จักกันก่อน จากนั้นแล้วเชิญเลือกอ่านหน้าอื่นๆที่สนใจได้ตามอัธยาศัย


ขอบคุณอย่างยิ่ง... ที่แวะเข้ามาที่นี่ และหวังว่าจะมีโอกาสได้ต้อนรับคุณอีกครั้งนะคะ


เบอร์ดี มงคล : ซิมการ์ดมือถือ

ซิมการ์ดมือถือ About Mobile Simcard


เบอร์มือถือ ซิมมือถือ ซิมโทรศัพท์ ซิมการ์ดคืออะไร มีกี่ชนิด มีกี่ขนาด แตกต่างกันหรือไม่อย่างไร ซื้อเบอร์ทำไมต้องรู้เรื่องซิม รวมเรื่องเล่าเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับซิมการ์ดมือถือ ที่นี่เลยค่ะ ^_^

ซิมการ์ด (Simcard) คืออะไร

"ซิมการ์ด" หรือที่เรียกกันย่อๆว่า "ซิม" ( SIM ) เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับใส่ในโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อให้เครื่องสามารถติดต่อกับเครือข่ายได้

ซิมการ์ด มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกขนาดเล็กที่ประกอบด้วยแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สีทองเหลือง บรรจุข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์(เบอร์มือถือของเรา) เครือข่ายของผู้ให้บริการ( AIS , DTAC หรือ Truemove H ) บริการที่เลือกใช้งาน รายชื่อที่ติดต่อ ทั้งนี้คำว่าซิม SIM ย่อมาจาก Subscriber Identity Module ส่วนการ์ด Card คือแผ่นพลาสติกขนาดเล็ก


ซิมการ์ด (Simcard ) มีประโยชน์อย่างไร

ประโยชน์ของซิมการ์ด

1. ใช้ในการระบุเบอร์โทรที่ใช้งาน
2. เป็นตัวเชื่อมโยงบริการต่างๆระหว่างผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการ
3. ใช้เก็บข้อมูลส่วนตัว เช่น รายชื่อติดต่อ และ ข้อความสั้น(sms)
4. สามารถย้ายเลขหมายนั้นไปใช้กับอุปกรณ์สื่อสารชนิดอื่น เช่น โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่  นำไปใส่ในแอร์การ์ดหรือโน้ตบุ๊ค(รุ่นที่ใส่ซิมได้) เพื่อเล่นอินเตอร์เน็ต เป็นต้น (ลองคิดดูว่าหากไม่มีซิมการ์ด เบอร์โทรกับรายชื่อฝังอยู่ในมือถือ พอจะเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่ คงต้องทิ้งเบอร์หรือไม่สามารถนำรายชื่อที่ติดต่อออกมาใช้กับโทรศัพท์ใหม่ได้)
5. สนับสนุนการทำ International Roaming (IR) เมื่อมีการใช้งานในต่างประเทศ


การทำงานของซิมการ์ด

ซิมการ์ดจะเก็บหมายเลขอีมี่ IMSI (International Mobile Subscriber Identity) ซึ่งเป็นหมายเลขที่ไม่ซ้ำกับ SIM อื่น ๆ ทั่วโลก หมายเลขนี้ "เชื่อมโยง" หมายเลขโทรศัพท์(เบอร์มือถือ)ของเจ้าของ SIM  และมีการเก็บข้อมูลอยู่ที่ฐานข้อมูลของผู้ให้บริการเครือข่ายที่เราใช้งาน ( AIS , DTAC หรือ Truemove H ) เบอร์โทรศัพท์ของเราไม่ได้ฝังไว้กับซิม แต่จะถูกบันทึกไว้ในระบบของผู้ให้บริการว่าหมายเลขนี้ปัจจุบัน "เชื่อมโยง" กับซิมใดอยู่ และสามารถนำหมายเลขนี้ไปเชื่อมโยงกับซิมการ์ดใบอื่นได้ใหม่ (แต่ไม่สามารถมีซ้ำซ้อนกันในเวลาเดียวกัน) เราจึงสามารถใช้เบอร์เดิมได้ไม่ว่าจะเปลี่ยนซิมการ์ดใบใหม่หรือขนาดใหม่ หรือในกรณี SIM หายหรือชำรุด ท่านยังสามารถ ติดต่อกับคอลเซ็นเตอร์ แต่ละค่าย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล เพื่อนำมาสร้างซิมการ์ดใบใหม่ให้ ทำให้ใช้เบอร์เดิมได้
(คำว่า "เปลี่ยนซิม" จึงแตกต่างกับกับคำว่า "เปลี่ยนเบอร์" นะคะ เพราะอาจจะเป็นคนละเรื่องกัน)


ซิมการ์ดมีกี่ขนาด

ปัจจุบันซิมการ์ดมี 3 ขนาด ได้แก่


1. ขนาดปกติ ( Normal Sim ) ใช้กับโทรศัพท์ทั่วๆไป มีความกว้าง 15 มิลลิเมตร ยาว 25 มิลลิเมตร และหนา 0.76 มิลลิเมตร

2. ขนาดกลาง ( Micro Sim ) ไมโครซิม คือซิมการ์ดที่มีส่วนของพลาสติกล้อมรอบเล็กกว่า ซิมการ์ด ขนาดปกติ ไมโครซิมมีความกว้าง 12 มิลลิเมตร และยาว 15 มิลลิเมตร ส่วนความหนานั้นเท่ากัน คือหนา 0.76 มิลลิเมตร

โดยขนาดของแผงวงจรของ micro SIM และ normal SIM นั้นเหมือนกันทุกประการ

3. ขนาดเล็ก ( Nano Sim ) นาโนซิม คือซิมการ์ดที่มีส่วนของพลาสติกล้อมรอบที่เล็กกว่าซิมธรรมดาและไมโครซิม นาโนซิมมีความกว้าง 8.8 มิลลิเมตร และยาว 12.3 มิลลิเมตร ส่วนความหนาอยู่ที่ 0.67 มิลลิเมตร บางกว่า normalSIM และmicroSIM


ทำไมซิมการ์ดต้องมีหลายขนาด

เนื่องจากพัฒนาการทางเทคโนโลยี จะเห็นได้ว่าโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ มีขนาดเล็กลง บางลง ประสิทธิภาพสูงขึ้นโดยเฉพาะสมาร์ทโฟนทั้งหลาย การที่ซิมมีขนาดเล็กลง พื้นที่ภายในตรงช่องวางหรือถาดซิมก็เล็กลง ทำให้ทำให้มีพื้นที่วงจรภายในสำหรับวงจรอิเล็กทรอนิกส์และแบตเตอรี่ มากขึ้น มีอิสระในการออกแบบมากขึ้น

ทั้งนี้มีการประกาศใช้อย่างเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก โดยสถาบันมาตรฐานโทรคมนาคมแห่งสหภาพยุโรป (European Telecommunications Standards Institute) เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ด (Tablet) สามารถลดขนาดของถาดซิมในอุปกรณ์ในอนาคต
( Micro SIM ไมโครซิม เริ่มใช้เพื่อ พ.ศ. 2547 Nano SIM นาโนซิม เริ่มใช้เมื่อ พ.ศ. 2555)


ซื้อเบอร์มาแล้ว แต่ขนาดซิมไม่ตรงกับที่ต้องการใช้งานทำอย่างไร

เมื่อเราต้องการเปลี่ยนขนาดซิม ทางเลือกที่แนะนำคือติดต่อเปลี่ยนซิมที่ศูนย์บริการได้ค่ะ เราต้องการใช้ซิม ขนาดไหนแจ้งพนักงานได้เลย เปลี่ยนง่าย และไม่มีค่าใช้จ่าย
( ยกเว้น ขณะที่ไปติดต่อซิมสำรองที่เตรียมไว้สำหรับการเปลี่ยนซิมของศูนย์นั้นหมดพอดี อาจมีค่าใช้จ่ายสำหรับการเปลี่ยนซิมเล็กน้อย ประมาณ 30-50บาทค่ะ )


ไม่ไปศูนย์ จะตัดซิมเองได้ไหม

เมื่อแผงวงจรของ micro SIM และ normal SIM นั้นเหมือนกันและขนาดเท่ากันทุกประการ เราจึงสามารถนำ normal SIM ที่เรามีอยู่ มาตัดเอง ด้วยกรรไกร คัตเตอร์ ฯลฯ ให้มีขนาดเท่ากับ micro SIM ได้ โดยส่วนที่เราตัดออกเป็นเพียงแค่พลาสติกเปล่าๆ ที่ล้อมรอบแผงวงจรด้านในเท่านั้น จึงไม่ได้เกิดผลกระทบต่อการทำงานของซิม แต่สำหรับ nano SIM ซึ่งบางกว่านั้น ไม่สามารถทำได้นะคะ
อย่างไรก็ตามไม่แนะนำวิธีนี้ เพราะหากตัดผิด ตัดเบี้ยว ตัดแล้วมีหยัก อาจสร้างความเสียหายต่อซิม และโทรศัพท์คุณ ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ แม้ว่าปัจจุบันมีอุปกรณ์ ที่ออกแบบมาเพื่อการตัดซิมโดยเฉพาะ แต่ผู้เขียนแนะนำว่าควรไปเปลี่ยนที่ศูนย์บริการจะดีกว่านะคะ


มีวิธีเปลี่ยนซิมเล็กกลับเป็นซิมขนาดเดิมไหม

มีอุปกรณ์เสริมสำหรับแปลง microSIM ให้มีขนาดเท่ากับ namal SIM เหมือนเดิมค่ะ แต่ต้องหาซื้อมาเก็บไว้ หรือหากมีบล็อคซิมก็นำซิมกลับไปใส่บล็อคเดิม(ก่อนแกะ)ก็ใช้ได้นะคะ แต่ต้องคอยระวังไม่ให้ซิม หลุดจากบล็อคเดิม ดังนั้นแนะนำเหมือนเดิมคือติดต่อเปลี่ยนซิมที่ศูนย์บริการดีที่สุดค่ะ


ซิมเติมเงิน กับซิมรายเดือน ต่างกันอย่างไร

ต่างกันแค่สัญลักษณ์ที่ปรากฏบนแผ่นพลาสติก แต่ขนาด รูปร่าง และการใช้งานไม่ต่างกัน


ซิมการ์ดการ์ดหายทำอย่างไร

ตามที่เล่าไปข้างต้น ว่าทางผู้ให้บริการการเก็บข้อมูลเบอร์โทรศัพท์และความเชื่อมโยงกับซิมการ์ดไว้ที่ฐานข้อมูล ดังนั้นกรณีทำซิมหาย ท่านยังมีโอกาสใช้ซิมเบอร์เดิมอยู่

หากเป็นเบอร์รายเดือน ( Postpaid ) เบื้องต้น ให้โทร CALL CENTER แจ้งระงับการใช้งานของเบอร์นั้นไว้ก่อน  AIS = 1175 , DTAC = 1678 , TRUE H = 1331  เพื่อป้องกันผู้เก็บได้นำไปใช้งานหรือโทรไปต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ท่านต้องรับภาระค่าบริการมหาศาล

จากนั้นไปติดต่อศูนย์บริการของเครือข่ายที่ใช้งานอยู่ เช่นใช้เบอร์ AIS ก็ติดต่อที่ศูนย์ AIS เพื่อขอทำซิมใหม่เบอร์เดิม

หากเป็นเบอร์เติมเงิน ให้ติดต่อศูนย์บริการโดยด่วน
กรณีเบอร์เติมเงิน ( Prepaid ) ของท่านจัดอยู่ในกลุ่มเบอร์สวย เจ้าหน้าที่จะขอให้ไปแจ้งความเพื่อเป็นหลักฐานในการออกซิมใหม่ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีฉวยโอกาสขโมยเบอร์ผู้อื่น เป็นการรักษาประโยชน์ของเจ้าของเบอร์ ดังนั้นหากท่านถูกร้องขอให้เอาใบแจ้งความมาประกอบ อย่าได้โมโหหรือเกี่ยงงอนนะคะ ถ้าเราเป็นเจ้าของเบอร์จริง ควรให้ความร่วมมือ และชื่นชมที่ผู้ให้บริการรอบคอบต่อลูกค้าค่ะ ( ลองคิดว่า ถ้ามีคนไม่ดีมาแจ้งทำซิมเบอร์ของท่าน แล้วเจ้าหน้าที่ออกซิมใหม่ให้ง่ายๆ คงไม่ดีแน่ๆใช่ไหมคะ)

สำหรับการทำซิมใหม่เบอร์เดิม อาจมีค่าใช้จ่ายพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย อยู่ที่ผู้ให้บริการและระยะเวลาในการเป็นลูกค้าของท่าน หากเป็นลูกค้ามานานมักจะได้รับการยกเว้นค่ะ


ซิมการ์ดถูกปฏิเสธ ต้องทำอย่างไร

เกิดได้จากหลายสาเหตุ ลองตรวจสอบดูนะคะว่าของท่านตรงกับข้อไหน

1. เครื่องมีปัญหา

กรณีนี้ เช็คเบื้องต้นด้วยการหากเครื่องอื่นหรือยืมเครื่องเพื่อนมาใส่ซิมเราดูนะคะ
ถ้าใช้งานได้ แสดงว่าเป็นที่เครื่องเรา ถ้าใช้งานไม่ได้เหมือนกัน แสดงว่าเป็นที่ซิมเรา

2.ซิมอาจเสียหรือชำรุดจากสภาพแวดล้อมและการใช้งาน

ซิมการ์ดที่ใช้งานไปนานๆ อาจเกิดความชื้นสะสมที่บริเวณวงจรทองเหลือ สังเกตง่ายๆะจะมีคราบขุ่นเกาะติด ให้ลองทำความสะอาดด้วยยางลบดินสอ ถูๆๆ ให้คราบออก แล้วใส่ซิมอีกครั้ง อาจจะใช้งานได้ตามปกติค่ะ แต่หากยังไม่ได้หรือบางครั้งใช้ได้บางครั้งใช้ไม่ได้ เป็นอาการบ่งบอกว่าซิมเริ่มชำรุด ให้ติดต่อเปลี่ยนซิมที่ศูนย์บริการค่ะ

3.เบอร์หมดอายุ

3.1 กรณีเบอร์ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน อาจเกิดจากเกินกำหนดอายุในการเปิดบริการค่ะ ( เบอร์โทรเป็นสินค้าที่มีอายุทั้งอายุเปิดบริการและอายุในการใช้งาน เหมือนปลากระป๋อง หรือนมกล่อง หากไม่เปิดภายในกำหนด หมดอายุแล้ว ก็ไม่สามารถบริโภคได้ค่ะ) ถ้าเป็นกรณีไม่เปิดบริการภายในเวลาที่กำหนดแบบนี้ไม่สามารถแก้ไขใดๆได้เลยค่ะ เพราะเป็นความบกพร่องของตัวเราเองที่ไม่นำเบอร์มาใช้งานภายในเวลาที่กำหนด

3.2 กรณีเบอร์ใช้อยู่ อาจจะไม่ได้เติมเงินนานจนวันใช้งานหมด เมื่อวันใช้งานหมดลง หากยังไม่มีการเติมเงินภายใน 1 เดือนนับจากนั้น เบอร์ก็จะถูกตัดสัญญาณโดยผู้ให้บริการค่ะ และจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการผลิตออกมาขายใหม่ในอีกระยะเวลาหนึ่ง หากเพิ่งถูกตัดสัญญาณไม่กี่วัน โอกาสได้คืนยังพอมีค่ะ (แม้จะน้อยนิด) ให้รีบติดต่อศูนย์บริการโดยด่วนที่สุด ถ้าซิมยังไม่เข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ ยังพอมีโอกาสได้คืนอยู่บ้างค่ะ ควรลองติดต่อดูก่อนนะคะ

4.กดรหัส PIN หรือรหัส PUK ผิดหลายครั้งจนซิมล็อค

PIN คืออะไร

PIN ย่อมาจาก Personal Indentification Number เป็นรหัส 4-8 หลัก ใช้ป้องกันผู้อื่นมาใช้งานSIM โดยไม่ได้รับอนุญาต (สำหรับเครื่องที่ มีรหัสล็อค ก่อนเข้าสู่หน้าจอใช้งาน ควรทราบว่า รหัสล็อคเครื่อง กับรหัสล็อคพิน เป็นคนละอันกันนะคะ)

หากกดผิดเกิน 3 ครั้ง SIM จะ LOCK ตัวเอง ต้องใช้รหัส PUK

PUK คืออะไร

PUK ย่อมาจาก PIN Unlock Key หรือ personal unblocking key  เป็นรหัส 8 หลัก ที่ใช้ปลดล็อคเมื่อซิมเราถูกล็อคพิน เมื่อกดผิดเกิน 3 ครั้ง SIM จะ LOCK ตัวเอง ต้องใช้ PUK Code ในการปลดล็อค รหัส PUK ของแต่ละซิมการ์ดนั้นจะถูกพิมพ์เอาไว้ที่ซองหรือกล่องที่ใส่ซิมการ์ดนั่นเอง
เมื่อซื้อซิมเบอร์ใหม่มาใช้ ก็ควรเก็บซองหรือกล่องไว้ด้วยนะคะ
หากทิ้งซองหรือกล่องซิมการ์ดไปแล้ว จึงไม่รู้ว่าจะหา PUK Code ได้จากไหน ให้ติดต่อศูนย์บริการ ( AIS = 1175 , DTAC = 1678 , TRUE H = 1331 )  โดยพนักงาน call center จะถามคำถามเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเป็นเจ้าของซิมการ์ดหมายเลขนั้นจริง เมื่อได้รหัสแล้วก็สามารถปลดล็อคให้ซิมกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมค่ะ


เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเรื่องของซิมการ์ด ที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้น เรื่องซิมๆ ก็มีประเด็นเบ็ดเตล็ดให้ได้เล่าเยอะแยะเชียว หวังว่าคงได้ประโยชน์ต่อผู้อ่านบ้างเพียงคนละเล็กน้อยก็ยังดีค่ะ ...รู้ไว้ใช่ว่านะคะ จะซื้อเบอร์ใหม่ เปลี่ยนเบอร์ใหม่ เปลี่ยนมือถือใหม่ รู้เรื่องซิมไว้บ้างก็ย่อมดีค่ะ ^_^


www.berdeemongkol.com


เขียนโดย ideaBerdee [ ไอเดียเบอร์ดี ]
สงวนสิทธิ์ในงานเขียนทุกหน้าในบล๊อกนี้